อ้างอิง current Ford Thailand price/model surfaces ของ Active 4x2, Sport 4x4, Platinum 2.0 4WD และ Platinum V6 4WD
Next-Generation Ford Everest
Ford Everest · ทำตลาดปัจจุบัน
รวมข้อมูล Ford Everest เจเนอเรชันนี้ตั้งแต่รุ่นย่อย ราคา เครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อน สเปกหลัก อุปกรณ์ และประวัติการเปลี่ยนแปลงในตลาดไทย เจเนอเรชันนี้เริ่มในปี 2022 โดยสถานะปัจจุบันคือ ทำตลาดปัจจุบัน
Ford Everest 2026 ไทย: เจาะ Active, Sport และ Platinum ตั้งแต่ 2.0 Turbo ถึง V6 3.0
Ford เปิดตัว Next-Generation Everest ในไทยตั้งแต่ปี 2022 และสำหรับ MY2026 ได้เปลี่ยนโครงไลน์อัปครั้งใหญ่ด้วยการยกเลิกเครื่อง 2.0 Bi-Turbo เดิม เพิ่ม Active เป็นรุ่นเริ่มต้น เพิ่ม Sport 4x4 และเพิ่ม Platinum 2.0 Turbo 4WD ขณะที่รุ่นสูงสุดยังเป็น Platinum V6 3.0 Turbo 250 PS 600 Nm รุ่นไทยทุกคันเป็น PPV 7 ที่นั่งบนตัวถังยาว 4,914 มม. ฐานล้อ 2,900 มม. แต่ระบบขับเคลื่อน อุปกรณ์ห้องโดยสาร ระบบช่วยขับ และราคาต่างกันมากพอที่จะต้องเลือกจากรูปแบบการใช้งาน ไม่ใช่เลือกจากชื่อรุ่นอย่างเดียว
ชื่อรุ่นหลักปัจจุบันของ Everest ในไทย โดยระบบขับเคลื่อนและเครื่องยนต์ต่างกันตามรุ่นย่อย
ใช้ทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังและ 4x4 ตามรุ่นย่อย
สงวนไว้กับ Platinum V6 และใช้ระบบ 4WD แบบ Full-time 4A
ฐานล้อ 2,900 มม. และเป็นรถ 7 ที่นั่ง
Ford ระบุความสามารถลุยน้ำของ Everest บนหน้าโมเดลปัจจุบัน
เมื่อพับเบาะแถวสองและสามตามข้อมูล Ford Thailand
เงื่อนไข Ford Care ปัจจุบัน โดยยึดระยะใดถึงก่อน
Everest MY2026 ไม่ใช่แค่เปลี่ยนชื่อรุ่น แต่เปลี่ยนวิธีจัดไลน์อัปใหม่
จุดเปลี่ยนสำคัญของ MY2026 คือ Ford ลดความซับซ้อนของเครื่องยนต์โดยเลิก 2.0 Bi-Turbo และเหลือสองขุมพลังหลักคือ 2.0 Turbo 170 PS 405 Nm กับ V6 3.0 Turbo 250 PS 600 Nm พร้อมจัดชื่อรุ่นใหม่เป็น Active, Sport และ Platinum การเปลี่ยนครั้งนี้ทำให้เส้นทางการเลือกซื้อชัดขึ้นจากรุ่นใช้งานครอบครัว ไปสู่รุ่น 4x4 และจบที่รุ่นหรู V6
ตอนเปิดตัว MY2026 ในเดือนมีนาคม 2026 มีห้าคอนฟิกหลัก ได้แก่ Active 2.0 4x2, Sport 2.0 4x2, Sport 2.0 4x4, Platinum 2.0 4x4 และ Platinum V6 3.0 4WD แต่หน้าเปรียบเทียบรุ่นของ Ford ปัจจุบันแสดงสี่คอนฟิกหลักที่ใช้ใน Vehicle Master ของเรา คือ Active 4x2, Sport 4x4, Platinum 2.0 4WD และ Platinum V6 4WD ข้อมูลเปิดตัวและข้อมูลปัจจุบันจึงถูกเก็บแยกกัน ไม่เอาราคาคนละช่วงเวลามาปนกัน

ราคาปัจจุบันต่างจากราคาเปิดตัวบางรุ่น ต้องอ่านพร้อมวันที่
ช่วงเปิดตัว MY2026 Active มีราคาพิเศษ 1,299,000 บาทจากราคาปกติ 1,379,000 บาท, Sport 2WD 1,599,000 บาท, Sport 4x4 1,669,000 บาท, Platinum 2.0 1,779,000 บาท และ Platinum V6 2,284,000 บาท ขณะที่หน้า price list ปัจจุบันของ Ford แสดง Active 1,379,000 บาท, Sport 4x4 1,669,000 บาท, Platinum 2.0 1,779,000 บาท และ Platinum V6 2,294,000 บาท
ความต่างนี้มีผลกับบทวิเคราะห์โดยตรง เพราะส่วนต่าง Platinum 2.0 ไป V6 ในราคาปัจจุบันอยู่ที่ 515,000 บาท ไม่ใช่ตัวเลขช่วงเปิดตัวเดิม ส่วน Sport 2WD ที่ยังปรากฏใน price list ปัจจุบันถูกระบุเป็น MY2025 จึงไม่ถูกนำมาเป็น current canonical trim ของ MY2026 ในตารางหลัก
เครื่อง 2.0 Turbo คือแกนหลักของไลน์อัปปี 2026
เครื่องดีเซล EcoBlue 4 สูบ 1,996 ซีซี ให้กำลัง 170 PS ที่ 3,500 รอบ/นาที และแรงบิด 405 Nm ที่ 1,750–2,500 รอบ/นาที จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ จึงเป็นชุดขับเคลื่อนที่ครอบคลุมตั้งแต่ Active 4x2 ไปจนถึง Platinum 4WD โดยไม่ต้องขยับไป V6
จุดที่ต้องแยกให้ออกคือเครื่องยนต์เดียวกันไม่ได้แปลว่ารถเหมือนกัน Active เป็นขับหลังและมีโหมดขับ 4 แบบ ขณะที่ Sport 4x4 และ Platinum 2.0 ใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อพร้อมโหมด Mud/Ruts และ Sand เพิ่มเข้ามา ดังนั้นการเลือก 2.0 จึงยังต้องเลือกต่อว่าจะใช้รถแบบถนนเป็นหลักหรืออยากได้ฮาร์ดแวร์ 4x4
V6 3.0 ไม่ได้เพิ่มแค่แรงม้า แต่เปลี่ยนสถาปัตยกรรมระบบขับเคลื่อน
Platinum V6 ใช้ดีเซล V6 3.0 ลิตร 2,993 ซีซี 250 PS ที่ 3,250 รอบ/นาที แรงบิด 600 Nm ที่ 1,750–2,250 รอบ/นาที จับคู่ 10AT แบบ e-Shifter ตัวเลขแรงบิดมากกว่า 2.0 อยู่ 195 Nm ซึ่งเป็นความต่างที่เห็นได้ชัดบนสเปกโดยไม่ต้องอ้างความรู้สึกจากการทดลองขับ
ระบบขับเคลื่อนของ V6 เป็น Full-time 4WD ที่มีโหมด 4A และ Active Centre Differential ต่างจาก 2.0 4x4 ที่ใช้แนวทาง Part-time 4WD ความต่างจึงไม่ใช่เพียงกำลังเครื่อง แต่รวมถึงวิธีแบ่งแรงขับและการใช้งานบนถนนทั่วไปด้วย
4x2, 4x4 และ 4WD ของ Everest ไม่ควรถูกเรียกรวมว่าเหมือนกัน
Active 4x2 ขับเคลื่อนล้อหลังและมี 4 Drive Modes ได้แก่ Normal, Eco, Tow/Haul และ Slippery เหมาะกับคนที่ต้องการตัวถัง Everest และพื้นที่ 7 ที่นั่งแต่ไม่ได้มีเงื่อนไขต้องใช้ระบบขับสี่
Sport 4x4 และ Platinum 2.0 เพิ่ม Terrain Management System รวมเป็น 6 โหมด พร้อม Mud/Ruts และ Sand รวมถึงระบบช่วยลงทางชันและฮาร์ดแวร์ 4x4 ตามรุ่น ส่วน Platinum V6 เพิ่ม 4A และ Active Centre Differential อีกชั้นหนึ่ง คนซื้อที่ใช้ทางดินจริงจึงควรเริ่มจากระบบขับเคลื่อนก่อนดูอุปกรณ์ตกแต่ง

ตัวถังยาวเกือบ 4.9 เมตร แต่จุดเด่นจริงคือฐานล้อและพื้นที่ใช้สอย
Everest มีความยาว 4,914 มม. กว้าง 1,923 มม. สูง 1,842 มม. และฐานล้อ 2,900 มม. ระยะฐานล้อนี้มากกว่า PPV คู่แข่งหลายรุ่นและช่วยอธิบายว่าทำไมตัวรถให้พื้นที่ห้องโดยสารและระยะระหว่างแถวค่อนข้างมาก แม้ตัวเลขฐานล้อเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถสรุปความสบายแทนการลองนั่งจริงได้
พื้นที่สัมภาระเริ่มที่ 259 ลิตรเมื่อใช้งานสามแถว และขยายได้มากกว่า 1,800 ลิตรเมื่อพับเบาะแถวสองและสาม จุดนี้ทำให้ Everest เหมาะกับคนที่ต้องสลับบทบาทระหว่างรถ 7 ที่นั่งกับรถเดินทางที่ต้องขนสัมภาระจำนวนมาก
โครงช่วงล่างใช้สูตรเดียวกัน แต่ขนาดล้อทำให้แต่ละรุ่นมีโจทย์ต่างกัน
ช่วงล่างหน้าเป็น Double Wishbone พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นคอยล์สปริงแบบ Watt's Link พร้อมเหล็กกันโคลง เบรกหน้าเป็นดิสก์มีช่องระบายความร้อนและด้านหลังเป็นดิสก์ ซึ่งเป็นพื้นฐานร่วมของรุ่นหลักในไลน์อัปปัจจุบัน
สิ่งที่เปลี่ยนตามรุ่นคือชุดล้อและยาง Active ใช้ 18 นิ้ว 255/65 R18, Sport และ Platinum 2.0 ใช้ 20 นิ้ว 255/55 R20 ขณะที่ Platinum V6 ขยับเป็น 21 นิ้ว 275/45 R21 คนที่เน้นเดินทางไกลหรือเจอถนนเสียบ่อยควรมองขนาดแก้มยางและราคายางทดแทนควบคู่กับความสวยของล้อ
Active ไม่ได้เป็นรุ่นโล่ง: จุดเริ่มต้นได้จอ 12 นิ้ว แอร์แยกโซน และ ADAS หลักแล้ว
Active ได้หน้าจอกลาง 12 นิ้ว SYNC 4A รองรับ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto, ลำโพง 8 จุด, Wireless Charger, แอร์อัตโนมัติ Dual Zone พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง, เบาะคนขับไฟฟ้า 8 ทิศทาง และห้องโดยสาร 7 ที่นั่ง
ด้านความปลอดภัย Ford ระบุ 7 ถุงลมนิรภัยเป็นมาตรฐานของ Everest 2026 และ Active ยังมี AEB, Forward Collision Warning, Auto High Beam, กล้องหลัง รวมถึงระบบพื้นฐานอย่าง ABS/EBD/BA, ESP, TCS, Hill Launch Assist และ Roll Over Mitigation จึงเป็นรุ่นที่ควรพิจารณาจริงจังหากไม่ได้ต้องการ 4x4
Sport 4x4 คือจุดที่ Everest เริ่มครบทั้งอุปกรณ์ครอบครัวและฮาร์ดแวร์ลุย
จาก Active ขึ้น Sport จะได้ล้อ 20 นิ้ว, LED Signature Tail Lamps, Puddle Lamps, Zone Lighting, Power Liftgate, เบาะหน้าผู้โดยสารไฟฟ้า 8 ทิศทาง, กล้อง 360 องศา, ช่องจ่ายไฟ 230V และอุปกรณ์ตกแต่งแนวสปอร์ตเพิ่มขึ้น
ฝั่งระบบช่วยขับ Sport เพิ่ม Adaptive Cruise Control with Stop & Go, Lane Centering, Blind Spot Information System, Cross-Traffic Alert and Braking, Reverse Brake Assist และ Evasive Steer Assist ส่วนรุ่น Sport 4x4 ยังได้ระบบขับสี่, Electronic Locking Rear Differential, HDC และโหมด Mud/Ruts กับ Sand จึงเป็นรุ่นที่เพิ่มของทั้งสองด้านพร้อมกัน

Platinum 2.0 คือทางเลือกสำหรับคนอยากได้ห้องโดยสารและเทคโนโลยีรุ่นบน แต่ไม่จำเป็นต้องซื้อ V6
Platinum 2.0 ราคา 1,779,000 บาท เพิ่มจาก Sport 4x4 ปัจจุบัน 110,000 บาท สิ่งที่ได้เพิ่มหลัก ๆ คือไฟหน้า Matrix LED พร้อม Adaptive Front Lighting และ Adaptive Glare-Free, ราวหลังคาแบบยกสูง, ล้อ 20 นิ้วลาย Platinum, มาตรวัดดิจิทัล 12.4 นิ้ว, Ambient Lighting และเบาะแถวสามพับไฟฟ้า
เพราะยังใช้เครื่อง 2.0 Turbo 170 PS 405 Nm และระบบ 4WD อยู่ รุ่นนี้จึงเหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ห้องโดยสารและเทคโนโลยีมากกว่าการเพิ่มกำลังไป V6 เป็นการอัปเกรดคนละแบบกับการเปลี่ยนเครื่องยนต์
Platinum V6 แพงกว่า 2.0 มาก จึงต้องคิดจากทั้ง powertrain และอุปกรณ์เฉพาะ
ราคาปัจจุบันของ Platinum V6 อยู่ที่ 2,294,000 บาท หรือมากกว่า Platinum 2.0 อยู่ 515,000 บาท นอกจากกำลัง 250 PS และ 600 Nm แล้ว ยังได้ Full-time 4WD 4A, Active Centre Differential, e-Shifter และล้อ 21 นิ้ว ซึ่งเป็นการเปลี่ยนชุดขับเคลื่อนอย่างมีนัยสำคัญ
ฝั่งห้องโดยสาร V6 เพิ่มเบาะคู่หน้าไฟฟ้า 10 ทิศทางพร้อมระบบระบายอากาศ, Memory Seat ฝั่งคนขับ, โทน Urban Grey และระบบเสียง Bang & Olufsen 12 ลำโพง ดังนั้นคนที่กำลังเทียบสอง Platinum ควรถามว่าต้องการ V6 และระบบขับเคลื่อนชุดนี้จริงหรือไม่ มากกว่าดูเพียงว่ารุ่นไหนเป็นตัวท็อป
ความปลอดภัยเป็นจุดแข็งที่เริ่มให้มาตั้งแต่รุ่นล่าง
Everest 2026 ทุกรุ่นมี 7 ถุงลมนิรภัย, Emergency Assistance, เซ็นเซอร์จอดหน้าและหลัง, กล้องหลัง, ABS พร้อม EBD และ BA, เบรกมือไฟฟ้า, ESP พร้อม Traction Control รวมถึง Hill Launch Assist และ Roll Over Mitigation ตามข้อมูล Ford Thailand
ระบบช่วยขับขั้นสูงจะแตกต่างตามรุ่น โดย Active มีชุดป้องกันการชนพื้นฐาน ขณะที่ Sport และ Platinum เพิ่ม Adaptive Cruise, Lane Centering, Blind Spot, Cross-Traffic และระบบช่วยเบรก/หักหลบเพิ่มเติม ตารางอุปกรณ์ด้านล่างจึงสำคัญกว่าการใช้คำว่า Co-Pilot360 แบบกว้าง ๆ
สีตัวถังแยกตามเกรด ไม่ได้เลือกได้เหมือนกันทุกสี
ข้อมูล MY2026 ระบุ Active มี Snowflake White Pearl, Aluminium Metallic, Absolute Black และ Meteor Grey ส่วน Sport ใช้ Snowflake White Pearl, Aluminium Metallic, Absolute Black และ Command Grey ขณะที่ Platinum ใช้ Snowflake White Pearl, Absolute Black, Meteor Grey และ Acacia Green
สี Snowflake White Pearl, Command Grey และ Acacia Green ในช่วงเปิดตัวมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 15,000 บาทตามเงื่อนไขที่ประกาศ ณ เวลานั้น ก่อนสั่งรถจริงควรยืนยันสีและค่าตัวเลือกกับ configurator หรือผู้จำหน่ายอีกครั้ง เพราะราคา option สามารถเปลี่ยนตามช่วงเวลาได้

ถ้าต้องเลือกจากการใช้งาน รุ่นไหนน่าสนใจที่สุด
Active เหมาะกับครอบครัวที่อยากได้พื้นที่ 7 ที่นั่ง จอใหญ่และระบบความปลอดภัยหลักโดยไม่ต้องจ่ายค่าระบบ 4x4; Sport 4x4 เหมาะกับคนที่เดินทางต่างจังหวัดหรือมีทางดินจริงและต้องการ ADAS/กล้อง 360 เพิ่ม; Platinum 2.0 เหมาะกับคนที่อยากได้อุปกรณ์รุ่นหรูและ 4WD โดยยังคุมงบต่ำกว่า V6 มาก
Platinum V6 เหมาะกับคนที่ต้องการแรงบิด 600 Nm และ Full-time 4WD 4A เป็นเงื่อนไขหลัก รวมถึงยอมรับต้นทุนซื้อและขนาดล้อ 21 นิ้วที่สูงขึ้น ไม่มีรุ่นใดชนะทุกด้าน เพราะส่วนต่างราคาจาก Active ไป V6 มากกว่า 900,000 บาท การเลือกที่คุ้มจึงต้องเริ่มจากระบบขับเคลื่อนที่ใช้จริงก่อนอุปกรณ์ตกแต่ง
สเปกหลักและอุปกรณ์แยกรุ่น
รวมข้อมูลรุ่นไทยที่ตรวจสอบได้ ทั้งมิติ ชุดขับเคลื่อน ช่วงล่าง ล้อ อุปกรณ์ภายใน และระบบความปลอดภัย เพื่อให้ดูความต่างของแต่ละรุ่นย่อยได้ในหน้าเดียว
ระบบขับเคลื่อนและความสามารถ
- ความสามารถลุยน้ำ
- 800 mm
ความจุ
- ความจุถังน้ำมัน
- 80 L
ช่วงล่าง เบรก และแชสซี
- ช่วงล่างหน้า
- Double Wishbone + Coil Spring + Anti-roll Bar
- ช่วงล่างหลัง
- Coil Spring + Watt’s Link + Anti-roll Bar
- ระบบเบรก
- Front ventilated discs / rear discs
มิติและตัวรถ
- ความยาว
- 4,914 mm
- ความกว้าง
- 1,923 mm
- ความสูง
- 1,842 mm
- ฐานล้อ
- 2,900 mm
- ระยะใต้ท้อง
- 227 mm
การรับประกันและการเป็นเจ้าของ
- การรับประกัน
- 5 ปี / 150,000 กม.
สเปกและอุปกรณ์ที่ต่างกันตามรุ่นย่อย
| รายการ | Everest Active 2.0L Turbo 4x2 10AT | Everest Platinum 2.0L Turbo 4WD 10AT | Everest Platinum 3.0L V6 Turbo 4WD 10AT | Everest Sport 2.0L Turbo 4x4 10AT |
|---|---|---|---|---|
| ระบบขับเคลื่อนและความสามารถโหมดการขับขี่ | 4 โหมด: Normal, Eco, Tow/Haul, Slippery | 6 โหมด: Normal, Eco, Tow/Haul, Slippery, Mud/Ruts, Sand | 6 โหมด: Normal, Eco, Tow/Haul, Slippery, Mud/Ruts, Sand | 6 โหมด: Normal, Eco, Tow/Haul, Slippery, Mud/Ruts, Sand |
| ภายนอกไฟหน้า | LED + Auto On/Off | Matrix LED + Adaptive Front Lighting + Glare-Free + Auto On/Off | Matrix LED + Adaptive Front Lighting + Glare-Free + Auto On/Off | LED + Auto On/Off |
| ภายนอกPanoramic Moonroof | ไม่มี | มี | มี | ไม่มี |
| Infotainmentหน้าจอกลาง | 12 นิ้ว SYNC 4A | 12 นิ้ว SYNC 4A | 12 นิ้ว SYNC 4A | 12 นิ้ว SYNC 4A |
| Infotainmentระบบเสียง | 8 ลำโพง | 8 ลำโพง | Bang & Olufsen 12 ลำโพง | 8 ลำโพง |
| ภายในหน้าจอมาตรวัด | จอข้อมูลสี 8 นิ้ว | ดิจิทัลสี 12.4 นิ้ว | ดิจิทัลสี 12.4 นิ้ว | จอข้อมูลสี 8 นิ้ว |
| ภายในการปรับเบาะคู่หน้า | คนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง | คนขับและผู้โดยสารหน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง | คนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง + Ventilation + Memory | คนขับและผู้โดยสารหน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง |
| ภายในเบาะแถว 3 | พับได้ | พับไฟฟ้า | พับไฟฟ้า | พับได้ |
| ความปลอดภัยและ ADASถุงลมนิรภัย | 7 ใบ | 7 ใบ | 7 ใบ | 7 ใบ |
| ความปลอดภัยและ ADASระบบกล้อง | กล้องมองหลัง | กล้องมองรอบคัน 360° + กล้องมองหลัง | กล้องมองรอบคัน 360° + กล้องมองหลัง | กล้องมองรอบคัน 360° + กล้องมองหลัง |
| ความปลอดภัยและ ADASระบบช่วยขับเด่น | Cruise Control | ACC Stop & Go + Lane Centering + AEB + BLIS/Cross-Traffic + Reverse Brake Assist + Evasive Steer Assist | ACC Stop & Go + Lane Centering + AEB + BLIS/Cross-Traffic + Reverse Brake Assist + Evasive Steer Assist | ACC Stop & Go + Lane Centering + AEB + BLIS/Cross-Traffic + Reverse Brake Assist + Evasive Steer Assist |
| ล้อและยางล้อและยาง | 18 นิ้ว / 255/65 R18 | 20 นิ้ว / 255/55 R20 | 21 นิ้ว / 275/45 R21 | 20 นิ้ว / 255/55 R20 |
เครื่องหมาย — หมายถึงยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันได้สำหรับหัวข้อนั้นในรุ่นย่อยนี้ ไม่ได้หมายความว่ารถไม่มีอุปกรณ์ดังกล่าว
ไทม์ไลน์การเปลี่ยนแปลงในตลาดไทย
แยกข้อมูล “ตอนเปิดตัว” ออกจาก “ข้อมูลปัจจุบัน” เพื่อไม่ให้ราคา รุ่นย่อย หรืออุปกรณ์คนละช่วงเวลาถูกนำมาปะปนกัน
ราคา Platinum V6 ปัจจุบันต่างจากราคาเปิดตัว MY2026
ข้อมูลเปิดตัวเดือนมีนาคม 2026 รายงาน 2,284,000 บาท ขณะที่ Ford Thailand price list ที่ตรวจ 15 ตุลาคม 2026 แสดง 2,294,000 บาท จึงใช้ 2,294,000 บาทเป็น current price และเก็บราคาเปิดตัวเป็น historical context
Everest MY2026 ปรับ powertrain และ lineup ครั้งใหญ่
MY2026 ยกเลิก 2.0 Bi-Turbo, เปลี่ยน 2.0 Turbo เป็น 10AT, เพิ่มทางเลือก 2.0 4WD และ Platinum 2.0 4WD พร้อมขยาย ADAS ลงถึง Active; รายการ current canonical ให้ยึด Ford Thailand ล่าสุด
ความครอบคลุมข้อมูล Next-Generation Ford Everest
สรุปว่าหน้านี้มีข้อมูลราคา สเปก เอกสารอ้างอิง และข้อมูลการดูแลรถครอบคลุมมากน้อยแค่ไหน โดยไม่นำข้อมูลจากเจเนอเรชันอื่นมาปะปน
เครื่องยนต์ที่เชื่อมกับ Generation นี้
Model Year 2026
Ford Everest 2026 Thailand reference slice
| รุ่นย่อย | ตัวถัง | Powertrain | เกียร์ | ขับเคลื่อน | ราคา |
|---|---|---|---|---|---|
| Everest Active 2.0L Turbo 4x2 10AT | ไม่ระบุ | 2.0L Diesel Turbo | 10 จังหวะ | 2WD / RWD | ฿1,379,000 |
| Everest Platinum 2.0L Turbo 4WD 10AT | ไม่ระบุ | 2.0L Diesel Turbo | 10 จังหวะ | 4WD | ฿1,779,000 |
| Everest Platinum 3.0L V6 Turbo 4WD 10AT | ไม่ระบุ | 3.0L V6 Diesel Turbo | 10 จังหวะ | 4WD | ฿2,294,000 |
| Everest Sport 2.0L Turbo 4x4 10AT | ไม่ระบุ | 2.0L Diesel Turbo | 10 จังหวะ | 4WD | ฿1,669,000 |
ไม่พบรุ่นย่อยที่ตรงกับตัวกรอง
แหล่งข้อมูลของ Ford Everest · Next-Generation Ford Everest
ข้อมูลสำคัญของหน้านี้อ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบย้อนกลับได้
Everest Active 2026 — Thailand product page
Everest Platinum 2026 — Thailand product page
Everest Sport 2026 — Thailand product page
Ford Everest 2026 — Thailand model page
Ford debuts next-generation Ranger in Thailand — 2022