Pajero กลับมาครั้งนี้ไม่ใช่ Pajero Sport เปลี่ยนหน้า แต่คือเรือธงอีกระดับของ Mitsubishi
ชื่อ Pajero หายจากตลาดโลกไปหลายปีจนคนไทยคุ้นกับ Pajero Sport มากกว่า แต่รถที่ Mitsubishi เปิดตัวเมื่อ 2 กันยายน 2026 คือ Pajero เจเนอเรชันใหม่เต็มตัว และถูกวางตำแหน่งเป็น flagship cross-country SUV ของแบรนด์ ไม่ใช่การเปลี่ยนชื่อ Pajero Sport หรือการปรับโฉมรถรุ่นเดิม นี่จึงเป็นการคืนชื่อที่เคยเป็นหัวแถวของ Mitsubishi กลับมาอยู่เหนือไลน์อัปอีกครั้ง [1]
พื้นฐานสำคัญยังเป็นรถเฟรมแชสซี โดย Mitsubishi ระบุตั้งแต่ช่วงก่อนเปิดตัวว่า Pajero ใหม่พัฒนาบน ladder frame ของ Triton แต่ห้องโดยสารและช่วงล่างหน้า-หลังถูกพัฒนาสำหรับ Pajero โดยเฉพาะ จุดนี้ทำให้ความสัมพันธ์กับ Triton มีอยู่จริงในระดับโครงสร้าง แต่ไม่ได้แปลว่าเป็น Triton ใส่ตัวถัง SUV แล้วจบ [3][1]

ดีเซล 2.4 ลิตร 204 แรงม้าอาจไม่ใช่ตัวเลขที่หวือหวา แต่ 480 นิวตันเมตรกับ 8AT คือสูตรที่ตั้งใจให้ใช้ได้ทั้งทางดำและทางลุย
ข้อมูลที่ Mitsubishi Thailand ยืนยันก่อนเปิดขายระบุเครื่องดีเซล Clean Diesel 2.4 ลิตร เทอร์โบแปรผัน VGT กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อม Sport Mode และ Paddle Shift ตัวเลขนี้คือข้อมูลรถที่จะเปิดตัวในไทย ไม่ใช่สเปก Prototype จากข่าวช่วงพัฒนา [2]
สิ่งที่น่าจับตากว่าแรงม้าคือการเปลี่ยนมาใช้ 8AT ชุดใหม่ เพราะ Pajero ต้องเล่นสองบทพร้อมกัน: เป็นรถเรือธงที่ต้องนิ่งและเงียบพอบนทางไกล ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาการควบคุมกำลังเมื่อความเร็วต่ำบนทางลุย Mitsubishi จึงไม่ได้ขายเครื่องยนต์แยกจากระบบส่งกำลัง แต่พัฒนา powertrain ให้เป็นแพ็กเกจเดียวกัน [1][2]

หัวใจของ Pajero ใหม่ยังอยู่ที่ Super Select 4WD-II แต่รอบนี้ S-AWC เข้ามาคุมรถทั้งคัน
ถ้าจะมองว่าอะไรทำให้ Pajero ยังสมควรใช้ชื่อเดิม คำตอบอยู่ที่ระบบขับเคลื่อนมากกว่าหน้าตา Super Select 4WD-II ยังเลือกได้ครบ 2H, 4H, 4HLc และ 4LLc โดย 4H ใช้ขับสี่แบบ Full-time ได้บนถนน ส่วน 4HLc ล็อกเซ็นเตอร์ดิฟเฟอเรนเชียล และ 4LLc เพิ่มอัตราทดต่ำสำหรับทางหนัก [1]
สิ่งใหม่คือการทำงานร่วมกับ S-AWC ซึ่งรวม AYC, ระบบควบคุมเสถียรภาพและแรงฉุด รวมถึง ABS เข้ามาจัดการแรงขับและแรงเบรกที่แต่ละล้อ พร้อม Drive Mode 7 แบบ Normal, Eco, Gravel, Snow, Mud, Sand และ Rock จึงไม่ใช่แค่รถที่มี 4L เอาไว้โชว์ในสเปก แต่เป็นระบบที่พยายามควบคุมพฤติกรรมรถให้เหมาะกับพื้นผิวตั้งแต่ทางเรียบจนถึงทางหิน [1][2]
ตัวถังใหญ่กว่ารถ PPV ทั่วไปพอให้รู้สึกว่าเป็นเรือธง แต่ Mitsubishi ยังพยายามให้มันไปทางลุยได้จริง
สเปกจากงานเปิดตัวโลกระบุความยาว 4,920 มม. กว้าง 1,925 มม. สูง 1,910 มม. และฐานล้อ 2,870 มม. พร้อมระยะใต้ท้อง 230 มม. ในรถที่ใช้ล้อ 20 นิ้ว มุมไต่ 30.4 องศา มุมคร่อม 22.6 องศา และมุมจาก 25.8 องศา ตัวเลขชุดนี้เป็นข้อมูล global production specification จากวันเปิดตัวโลก จึงควรรอเอกสารไทยวันที่ 19 ตุลาคมอีกครั้งก่อนนำไปเหมารวมกับทั้งสามรุ่นย่อย [1]
ช่วงล่างหน้าเป็น Double Wishbone ส่วนด้านหลังใช้เพลาแข็งแบบ 5-Link ที่พัฒนาใหม่ Mitsubishi ใช้คำว่า off-road comfort เป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนา นั่นสะท้อนว่ารถคันนี้ไม่ได้พยายามชนะด้วย articulation หรือความนุ่มอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ต้องการให้รถเฟรมแชสซีที่ลุยจริงสามารถพาคนเจ็ดคนเดินทางไกลได้โดยไม่ต้องรู้สึกเหมือนนั่งรถใช้งานเชิงพาณิชย์ [1]
ดีไซน์ไม่ได้ย้อนยุคตรง ๆ แต่หยิบภาษาของ Pajero รุ่นเก่ากลับมาแบบที่ไม่ต้องแปะยางอะไหล่ท้ายรถ
ด้านหน้ามีไฟทรง T และตัวถังตั้งตรงกว่ารถ SUV สายครอบครัวทั่วไป ขณะที่เสา C ถูกออกแบบโดยอ้างอิง roll bar ของ Pajero รุ่นแรก ส่วนท้ายใช้กราฟิกทรงหกเหลี่ยมแทนภาพจำของยางอะไหล่ที่เคยแขวนอยู่ด้านหลัง วิธีนี้ทำให้คนที่รู้จัก Pajero เก่าพอมองออกว่ารถกำลังอ้างอิงอะไร โดยไม่ต้องทำรถให้เหมือนรุ่นยุค 80 แบบตรงตัว [1]
สำหรับไทย Mitsubishi ระบุว่าจะมีสามระดับรุ่นย่อย โดยรุ่นเริ่มต้นและรุ่นกลางใช้กระจัง Kendo Mask ส่วนรุ่นสูงสุดเปลี่ยนเป็น Honeycomb พร้อมชุดตกแต่งกันชนหน้า-หลัง Skid Plate และล้อ 20 นิ้ว นี่เป็นหนึ่งในข้อมูลที่ยืนยันแล้วก่อนเปิดราคา แต่ชื่อรุ่น ราคา และรายการอุปกรณ์เต็มของแต่ละเกรดยังต้องรอวันขายจริง [2]
ห้องโดยสารเจ็ดที่นั่งพยายามทำให้คำว่า flagship ไม่ได้มีแค่หนังสวยกับจอใหญ่
ห้องโดยสารใช้แดชบอร์ดแนวนอนและจอแบบ monolithic สองจอ โดย Mitsubishi Thailand ระบุขนาด 14.3 นิ้วสำหรับชุด infotainment และจอข้อมูลผู้ขับ พร้อมเบาะหนังและหนังสังเคราะห์โทน Camel Brown กับ Black, เบาะหน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง, กระจก Acoustic Glass หน้า-หลัง, หลังคากระจก Panoramic และระบบเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate 12 ลำโพง [2]
แต่ตรงนี้ต้องอ่านอย่างมีกรอบ เพราะ Mitsubishi ยังไม่ได้แจก equipment matrix ของทั้งสามเกรดอย่างสมบูรณ์ ข้อมูล global เองก็ระบุว่าบางสเปกใช้จอ 12.3 นิ้ว ดังนั้นรายละเอียดที่เห็นในรถเปิดตัวหรือภาพต่างประเทศไม่ควรถูกตีความว่าเป็นของมาตรฐานทุกคันในไทยจนกว่าจะมีราคาและโบรชัวร์เต็มออกมา [1][2]

Multi Meter คือของเล่นที่มีเหตุผล เพราะมันเอาข้อมูลทางลุยกลับมาอยู่ในสายตาคนขับ
Pajero รุ่นเก่าเคยมีมาตรวัดสามช่องเป็นหนึ่งในภาพจำของห้องโดยสาร รุ่นใหม่เอาแนวคิดนั้นกลับมาในรูป Multi Meter บนจอดิจิทัล โดยแสดงได้ทั้งระดับความสูง ทิศทาง อุณหภูมิ มุมก้ม-เงย มุมเอียงตัวรถ และสถานะการควบคุมของ AYC มันจึงไม่ใช่การทำกราฟิกย้อนยุคเฉย ๆ แต่เป็นการเอาข้อมูลที่คนขับรถลุยต้องใช้จริงกลับมาอยู่บนหน้าจอหลัก [1]
นอกจากนี้ยังมี 3D Multi Around Monitor ที่รวมภาพจากกล้องสี่ตัวและมีมุมมองพื้นใต้ด้านหน้ารถ เมื่อใช้ 4HLc หรือ 4LLc ระบบสามารถเปิดมุมมองนี้อัตโนมัติได้ ช่วยให้การเลือกไลน์บนทางชันหรือทางหินไม่ต้องอาศัยการกะจากปลายฝากระโปรงอย่างเดียว [1]

MI-PILOT กับ Diamond Sense ทำให้ Pajero ใหม่ต้องเป็นรถเดินทางไกลที่ดี ไม่ใช่เก่งเฉพาะตอนล้อเปื้อนดิน
Mitsubishi Thailand ระบุชุด Diamond Sense พร้อมระบบอย่าง LDW/LDP, FCTA, EAPM, MOD, RCTB, LKA และ TSR รวมถึง MI-PILOT สำหรับช่วยลดภาระคนขับระหว่างเดินทาง ขณะที่ข้อมูลเปิดตัวโลกยังระบุถุงลมนิรภัย 8 จุด รวม SRS Center Airbag และระบบช่วยขับบนทางหลวงที่ทำงานร่วมกับ Adaptive Cruise Control และ Lane Keep Assist [2][1]
นี่เป็นอีกเหตุผลที่คำว่า flagship มีน้ำหนักกว่าการใส่อุปกรณ์ตกแต่งราคาแพง เพราะ Pajero ใหม่ต้องรับบททั้งรถ 4WD จริง รถครอบครัวเจ็ดที่นั่ง และรถเดินทางไกลในคันเดียว สิ่งที่จะตัดสินว่า Mitsubishi ทำสำเร็จแค่ไหนต้องรอการทดลองขับจริง แต่ฮาร์ดแวร์และระบบช่วยขับที่ประกาศออกมาทำให้โจทย์ของรถชัดเจนมากแล้ว [2][1]
ตอนนี้สิ่งที่ยังไม่ควรเดาคือราคาไทยและของที่แต่ละเกรดได้ เพราะคำตอบจะมาในวันที่ 19 ตุลาคม
ณ วันที่บทความนี้เผยแพร่ Mitsubishi Thailand ยืนยันแล้วว่ารถจะเปิดขายในไทยวันที่ 19 ตุลาคม 2026 และมีสามรุ่นย่อย แต่ยังไม่ได้ประกาศราคาขายอย่างเป็นทางการหรือแจกแจงอุปกรณ์ทุกชิ้นของแต่ละเกรด เพราะฉะนั้นตัวเลขราคาที่หมุนอยู่ตามข่าวหรือโซเชียลก่อนวันนั้นยังไม่ควรถูกนำมาเขียนเป็นราคาจริงของรถ [2]
สิ่งที่รู้แน่นอนตอนนี้คือ Pajero กลับมาในฐานะโมเดลแยกจาก Pajero Sport ผลิตในประเทศไทย ใช้ดีเซล 2.4 ลิตร 204 แรงม้า 480 นิวตันเมตรกับ 8AT และวางระบบ S-AWC + Super Select 4WD-II เป็นแกนของรถ หากราคาและรายละเอียดสามเกรดออกในวันที่ 19 ตุลาคม คำถามถัดไปจึงไม่ใช่ว่า Pajero ใหม่มีของอะไร แต่คือ Mitsubishi จะตั้งราคามันห่างจาก Pajero Sport และคู่แข่ง 7 ที่นั่งระดับบนแค่ไหน [1][2]
