สาวก Nissan เตรียมเฮ! หลังจากที่รอคอยกันมาอย่างยาวนาน ในที่สุด Nissan ประเทศไทย ก็พร้อมแล้วที่จะนำ All-New Nissan X-Trail e-POWER e-4ORCE (รหัสตัวถัง T33) รถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง มาเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้ ที่งาน Motor Expo 2025 โดยจะเป็นการนำเข้าทั้งคัน (CBU) ส่งตรงจากญี่ปุ่น
การมาถึงของ X-Trail T33 ในครั้งนี้ ถือเป็นการกลับมาทวงบัลลังก์ในตลาด C-SUV อีกครั้ง หลังจากที่ Nissan Kicks และ Serena e-POWER ได้ปูทางสร้างความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี e-POWER ไว้เป็นอย่างดี โดย X-Trail จะเข้ามาเป็นคู่แข่งสำคัญของ Honda CR-V และ Toyota RAV4 ด้วยจุดเด่นที่แตกต่างอย่างชัดเจน
ตำนานบทใหม่ของ SUV พันธุ์แกร่ง
X-Trail คือหนึ่งในโมเดลที่สร้างชื่อให้กับนิสสันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่เจเนอเรชันแรก (T30) ในปี 2000 เรื่อยมาจนถึง T31 และ T32 ที่คนไทยคุ้นเคย สำหรับรุ่นล่าสุดนี้ (T33) ได้เปิดตัวในตลาดโลกไปตั้งแต่ปี 2020 และเริ่มทำตลาดในออสเตรเลียและญี่ปุ่นในปี 2022 ซึ่งรุ่นที่จะเข้ามาจำหน่ายในไทย จะเป็นสเปกเดียวกับญี่ปุ่นและสิงคโปร์ คือรุ่นพวงมาลัยขวาที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ e-4ORCE
ขุมพลัง e-POWER e-4ORCE: ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% โดยไม่ต้องชาร์จ
ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่หัวใจขับเคลื่อน ที่ใช้เทคโนโลยี e-POWER เจเนอเรชันล่าสุด ซึ่งผสานการทำงานร่วมกันระหว่าง:
- เครื่องยนต์ (Generator): เบนซิน 3 สูบ 1.5 ลิตร VC-Turbo ที่ปรับอัตราส่วนกำลังอัดได้ ทำหน้าที่เพียงแค่ “ปั่นไฟ” ส่งไปยังแบตเตอรี่เท่านั้น
- มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ (Drive Motors):
- มอเตอร์หน้า (BM46): ให้กำลังสูงสุด 203 แรงม้า แรงบิด 330 นิวตันเมตร
- มอเตอร์หลัง (MM48): ให้กำลังสูงสุด 135 แรงม้า แรงบิด 195 นิวตันเมตร
การทำงานร่วมกันของมอเตอร์ทั้งสองตัวภายใต้ระบบ e-4ORCE จะช่วยควบคุมการกระจายแรงบิดและการทรงตัวของรถได้อย่างแม่นยำ ให้ฟีลลิ่งการขับขี่ที่นุ่มนวลและยึดเกาะถนนเป็นเยี่ยมในทุกสภาพเส้นทาง
มิติตัวถังและดีไซน์ที่ใหญ่ขึ้น
เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า (T32) X-Trail ใหม่ (T33) มีมิติตัวถังที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อยในทุกมิติ
- ความยาว: 4,660 มม. (ยาวขึ้น 20 มม.)
- ความกว้าง: 1,840 มม. (กว้างขึ้น 20 มม.)
- ความสูง: 1,720 มม.
- ระยะฐานล้อ: 2,706 มม.
ดีไซน์ภายนอกมีความทันสมัยและบึกบึนขึ้น ด้วยไฟหน้า Multi-Level LED, ประตูท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้าแบบไม่ต้องใช้มือ (Motion-Activated Tailgate) และจุดเด่นที่พ่อบ้านแม่บ้านต้องรักคือ ประตูบานหลังที่เปิดกว้างได้เกือบ 90 องศา ช่วยให้การขึ้นลงและติดตั้งคาร์ซีททำได้สะดวกมาก
ภายในสุดล้ำ สะดวกสบายระดับพรีเมียม
ห้องโดยสารของ X-Trail T33 ถูกยกระดับความหรูหราและทันสมัยขึ้นอย่างชัดเจน
- หน้าจอ: มาตรวัด Full Digital 12.3 นิ้ว, จอกลาง Touchscreen 9 นิ้ว และ Head-up Display ขนาดใหญ่ 10.8 นิ้ว
- ความสบาย: ระบบปรับอากาศแบบ Tri-Zone (แยกอิสระ 3 โซน), เบาะนั่งพร้อมระบบอุ่น (Heated Seat) และม่านบังแดดประตูหลัง
- ความบันเทิง: รองรับ Wireless Apple CarPlay / Android Auto พร้อมระบบเสียงรอบทิศทางจาก BOSE
- เทคโนโลยี: แท่นชาร์จไร้สาย และระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยรีโมท
ความปลอดภัยจัดเต็มด้วย 360° Safety Shield
นิสสันใส่เทคโนโลยีความปลอดภัยมาให้แบบไม่กั๊ก ภายใต้ระบบ Nissan Safety Shield 360 และระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติ ProPILOT Assist ที่รวมฟีเจอร์เด็ดๆ ไว้อย่างครบครัน เช่น:
- ระบบเตือนการชนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (ทั้งด้านหน้าและขณะถอยหลัง)
- กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Intelligent Cruise Control)
- ระบบเตือนมุมอับสายตาและรถตัดผ่านขณะถอยหลัง
- เทคโนโลยีช่วยลดอาการโยนตัวและควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง
คาดการณ์ราคา
เนื่องจากเป็นการนำเข้าทั้งคันจากญี่ปุ่น (CBU) คาดว่าราคาจำหน่ายจะสูงกว่า Nissan Serena e-POWER เล็กน้อย (Serena เปิดตัวที่ 1.69 ล้านบาท) ซึ่งต้องมารอลุ้นกันว่านิสสันจะทำราคาออกมาได้เร้าใจแค่ไหนในวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้ ที่งาน Motor Expo 2025
ใครที่กำลังมองหา SUV 7 ที่นั่ง ที่ขับสนุกเหมือนรถไฟฟ้าแต่ไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จ ห้ามพลาดเด็ดขาด!