นิสสัน นาวารา (Nissan Navara) เป็นรถกระบะขนาดกลาง (Mid-size Pickup Truck) ที่ผลิตโดยบริษัทนิสสัน มอเตอร์ จำกัด จากประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวครั้งแรกเพื่อมาแทนที่รถกระบะรุ่นเก่าอย่างดัทสัน (Datsun) และได้สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลกในด้านความทนทาน, สมรรถนะ และความน่าเชื่อถือ

ชื่อ “นาวารา” มีที่มาจากแคว้นนาวาร์ (Navarre) ทางตอนเหนือของประเทศสเปน ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานนิสสันที่ผลิตรถรุ่นนี้สำหรับตลาดยุโรป ในขณะที่หลายภูมิภาคทั่วโลกจะรู้จักรถรุ่นนี้ในชื่อ นิสสัน ฟรอนเทียร์ (Nissan Frontier) โดยเฉพาะในทวีปอเมริกาเหนือและใต้

บทความนี้จะสรุปประวัติศาสตร์ของนิสสัน นาวารา ในแต่ละเจเนอเรชันโดยอ้างอิงตามปีคริสต์ศักราช (ค.ศ.)


เจเนอเรชันที่ 1: D21 (ค.ศ. 1986 – 1997)

  • ค.ศ. 1986: นิสสันเปิดตัวรถกระบะรหัส D21 เพื่อมาแทนที่รุ่นดัทสัน 720 โดยในตลาดออสเตรเลียและบางประเทศ เริ่มมีการใช้ชื่อ “นาวารา” เป็นครั้งแรก ส่วนในตลาดอเมริกาเหนือจะใช้ชื่อว่า “นิสสัน ฮาร์ดบอดี้” (Nissan Hardbody) ซึ่งสื่อถึงการออกแบบตัวถังที่แข็งแกร่งและมีเหลี่ยมสันชัดเจน
  • ช่วงปี 1986 – 1997: D21 ได้รับการพัฒนาและทำตลาดอย่างต่อเนื่อง มีตัวถังให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ ซิงเกิ้ลแค็บ (Single Cab), คิงแค็บ (King Cab) ที่มีพื้นที่เก็บของหลังเบาะ และดับเบิ้ลแค็บ (Double Cab) 4 ประตู
  • เครื่องยนต์: มีเครื่องยนต์ให้เลือกหลากหลายตามแต่ละภูมิภาค ทั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ (เช่น KA24E 2.4 ลิตร), เครื่องยนต์เบนซิน V6 (เช่น VG30E 3.0 ลิตร) และเครื่องยนต์ดีเซลที่ทนทาน (เช่น TD27 2.7 ลิตร)
  • ในประเทศไทย: รถกระบะนิสสันในยุคนี้เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมอย่างถล่มทลายในชื่อ “นิสสัน บิ๊กเอ็ม” (Nissan Big-M) ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของรถกระบะเพื่อการพาณิชย์ที่ทนทานและคุ้มค่า

เจเนอเรชันที่ 2: D22 (ค.ศ. 1997 – 2007)

  • ค.ศ. 1997: นิสสันเปิดตัว D22 สู่ตลาดโลกด้วยดีไซน์ที่โค้งมนและทันสมัยขึ้น โดยยังคงใช้ชื่อ “ฟรอนเทียร์” (Frontier) เป็นหลักในหลายตลาด รวมถึงประเทศไทย และใช้ชื่อ “นาวารา” ในยุโรปและออสเตรเลีย
  • ค.ศ. 1998: นิสสัน ฟรอนเทียร์ (D22) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย สร้างปรากฏการณ์ด้วยการเป็นรถกระบะรุ่นแรกของไทยที่ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์มาจากโรงงาน
  • ค.ศ. 2001: มีการปรับโฉม (Facelift) ครั้งสำคัญ เปลี่ยนดีไซน์กระจังหน้าและไฟหน้าให้ดูทันสมัยและบึกบึนยิ่งขึ้น
  • เครื่องยนต์ (ตลาดไทย):
    • TD27: เครื่องยนต์ดีเซล 2.7 ลิตร
    • ZD30DDT: เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร ไดเรกอินเจกชัน เทอร์โบ
    • YD25DDTi: ในช่วงท้ายของรุ่น ได้มีการแนะนำเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร คอมมอนเรลเทอร์โบ

เจเนอเรชันที่ 3: D40 (ค.ศ. 2007 – 2014 ในประเทศไทย)

  • ค.ศ. 2004: นิสสันเปิดตัว D40 ในตลาดโลก ซึ่งเป็นเจเนอเรชันที่ถูกพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม Nissan F-Alpha ร่วมกับรถรุ่นใหญ่อย่าง Nissan Titan และ Armada ทำให้มีขนาดตัวถังที่ใหญ่โตและแข็งแกร่งกว่าคู่แข่งในยุคนั้นอย่างชัดเจน
  • ค.ศ. 2007: D40 เปิดตัวในประเทศไทย และเป็นครั้งแรกที่ชื่อ “นิสสัน นาวารา” ถูกนำมาใช้อย่างเป็นทางการ จุดเด่นที่สุดคือโครงสร้างแชสซีส์แบบประกบปิดตลอดแนว (Fully Boxed Frame) ที่ให้ความแข็งแกร่งทนทานต่อการบิดตัวสูง
  • เครื่องยนต์ (ตลาดไทย):
    • YD25DDTi: เครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร คอมมอนเรล เทอร์โบแปรผัน (VGS Turbo) ที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการรถกระบะไทยด้วยพละกำลังสูงสุด 174 แรงม้า และแรงบิด 403 นิวตัน-เมตร ซึ่งถือว่าแรงที่สุดในตลาด ณ ขณะนั้น จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด

เจเนอเรชันที่ 4: D23 (ค.ศ. 2014 – ปัจจุบัน)

  • ค.ศ. 2014: ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นสถานที่เปิดตัว นิสสัน นาวารา เจเนอเรชันที่ 4 รหัส D23 เป็นครั้งแรกในโลกในเดือนมิถุนายน โดยใช้ชื่อในการทำตลาดว่า “นิสสัน เอ็นพี 300 นาวารา” (Nissan NP300 Navara)
  • นวัตกรรมสำคัญ:
    • ช่วงล่างหลังแบบ 5-Link: ในรุ่น Double Cab ได้มีการนำช่วงล่างหลังแบบคอยล์สปริง 5-Link มาใช้แทนแหนบ ซึ่งให้ความนุ่มนวลและการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยมเทียบเท่ารถยนต์ SUV
    • เครื่องยนต์ใหม่: เปิดตัวเครื่องยนต์ดีเซล YS23DDTT ขนาด 2.3 ลิตร เทอร์โบคู่ (Twin-Turbo) 190 แรงม้า พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด
  • ค.ศ. 2020: นิสสันเปิดตัวนาวารา รุ่นปรับโฉมครั้งใหญ่ (Major Facelift)
    • การเปลี่ยนแปลง: ตัดชื่อ “NP300” ออก เหลือเพียง “Nissan Navara” พร้อมดีไซน์ใหม่ที่ดุดันขึ้นด้วยกระจังหน้าแบบ “Interlock” และไฟหน้า Quad-Eye LED
    • เทคโนโลยี: ติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง Nissan Intelligent Mobility (NIM) เช่น กล้องมองภาพรอบคัน (IAVM) และระบบเตือนเพื่อช่วยเบรกฉุกเฉิน (IEB)
    • รุ่นย่อยใหม่: เปิดตัวรุ่นตกแต่งพิเศษ PRO-4X (4WD) และ PRO-2X (2WD) ที่เน้นภาพลักษณ์ออฟโรดที่แข็งแกร่งและดุดัน

การมีส่วนร่วมในมอเตอร์สปอร์ตและการใช้แพลตฟอร์มร่วม

  • ดาการ์แรลลี่: นาวารา (ในชื่อฟรอนเทียร์) มีส่วนร่วมในการแข่งขันแรลลี่สุดหฤโหดอย่างดาการ์แรลลี่มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการพิสูจน์ถึงความทนทานของโครงสร้างและสมรรถนะของรถได้เป็นอย่างดี
  • แพลตฟอร์มร่วม: โครงสร้างแชสซีส์ที่ยอดเยี่ยมของ D23 ได้ถูกนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนารถกระบะให้กับแบรนด์พันธมิตร ได้แก่ เรโนลต์ อลาสกัน (Renault Alaskan) และ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอ็กซ์-คลาส (Mercedes-Benz X-Class) (ซึ่งยุติการผลิตไปแล้ว) ซึ่งเป็นการยืนยันถึงคุณภาพทางวิศวกรรมของนิสสันได้เป็นอย่างดี