มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต (Mitsubishi Pajero Sport) เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกลาง (Mid-size SUV) ที่ใช้โครงสร้างแบบ Body-on-frame พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานเดียวกันกับรถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน/L200 (Triton/L200) ในแต่ละยุคสมัย
แม้จะใช้ชื่อ “ปาเจโร” (Pajero) แต่ Pajero Sport เป็นรถคนละรุ่นกับ Mitsubishi Pajero ตัวจริง ซึ่งเป็นรถ SUV ขนาดใหญ่ระดับเรือธงของค่าย โดย Pajero Sport ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่เน้นความสปอร์ต, ความอเนกประสงค์ และเข้าถึงง่ายกว่า ในตลาดโลก Pajero Sport ยังเป็นที่รู้จักในชื่ออื่น เช่น Montero Sport และ Shogun Sport
รุ่นที่หนึ่ง (First Generation; รหัส K80/K90/PA; ค.ศ. 1996–2008)
เจเนอเรชันแรกเปิดตัวในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 1996 ในชื่อ Mitsubishi Challenger ก่อนจะเริ่มทำตลาดทั่วโลกในเวลาต่อมา สำหรับประเทศไทย รุ่นนี้เป็นที่รู้จักในช่วงแรกในชื่อ “มิตซูบิชิ สตราด้า จี-แวกอน” (Mitsubishi Strada G-Wagon) ซึ่งเป็นการนำรถกระบะ L200 Strada มาดัดแปลงตัวถังเป็น PPV โดยผู้จำหน่ายในไทย
- การพัฒนาและโครงสร้าง:
- ใช้แชสซีส์, โครงสร้างด้านหน้า และเครื่องยนต์ร่วมกับรถกระบะ Mitsubishi L200 Strada
- ระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบอิสระปีกนกคู่พร้อมทอร์ชันบาร์ และด้านหลังเป็นแบบ 3-Link พร้อมคอยล์สปริง ซึ่งให้ความนุ่มนวลกว่าช่วงล่างแบบแหนบของรถกระบะ
- เครื่องยนต์:
- มีเครื่องยนต์ให้เลือกหลากหลายตามแต่ละตลาด โดยในประเทศไทยรุ่นที่สร้างชื่อเสียงคือเครื่องยนต์ดีเซล
- Diesel 2.8L (4M40): เครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 125 แรงม้า เป็นขุมพลังที่ได้รับการยอมรับด้านความทนทานและพละกำลัง
- Diesel 2.5L (4D56): เครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร เทอร์โบ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยม
- มีเครื่องยนต์ให้เลือกหลากหลายตามแต่ละตลาด โดยในประเทศไทยรุ่นที่สร้างชื่อเสียงคือเครื่องยนต์ดีเซล
- จุดเด่น: เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกตลาด PPV ในประเทศไทย และมีชื่อเสียงด้านความแข็งแกร่งของโครงสร้างและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Easy Select 4WD
รุ่นที่สอง (Second Generation; รหัส KG/KH/PB; ค.ศ. 2008–2015)
เปิดตัวครั้งแรกอย่างเป็นทางการที่งานมอสโก ออโต้ ซาลอน ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2008 และถือเป็นครั้งแรกที่ใช้ชื่อ “Pajero Sport” อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของ Mitsubishi Triton รุ่นที่ 4 ที่มีดีไซน์ “J-Line” อันเป็นเอกลักษณ์
- การออกแบบและวิศวกรรม:
- ดีไซน์ด้านหน้ามีความใกล้เคียงกับ Triton แต่มีการออกแบบให้ดูหรูหราและพรีเมียมยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้าและกันชนดีไซน์เฉพาะตัว
- ภายในห้องโดยสารกว้างขวางและให้ความสะดวกสบายสูง มีเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง
- ช่วงล่าง: ยังคงใช้แบบคอยล์สปริง 3-Link ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีความนุ่มนวลและเกาะถนนดียิ่งขึ้น
- เครื่องยนต์:
- Diesel 3.2L Di-D Commonrail (4M41): 165 แรงม้า, 351 นิวตันเมตร
- Diesel 2.5L Di-D Commonrail (4D56): 140 แรงม้า, 321 นิวตันเมตร
- ช่วงปลาย: มีการนำเครื่องยนต์ 2.5L VG Turbo มาใช้ ให้กำลังสูงสุดถึง 178 แรงม้า และแรงบิด 350 นิวตันเมตร (ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด)
- เทคโนโลยี: เป็นรุ่นที่เริ่มติดตั้งเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย เช่น ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift), ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) และจอภาพสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
รุ่นที่สาม (Third Generation; รหัส KR/KS/QE; ค.ศ. 2015–ปัจจุบัน)
All-New Pajero Sport เปิดตัวครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทยเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 2015 เป็นการพลิกโฉมครั้งสำคัญและยกระดับ Pajero Sport ให้มีความสปอร์ตพรีเมียมและล้ำสมัยในทุกมิติ พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของ Triton รุ่นที่ 5
- การออกแบบและวิศวกรรม:
- ดีไซน์: เป็นรุ่นแรกที่ใช้ภาษาการออกแบบ “Dynamic Shield” ซึ่งทำให้ด้านหน้าของรถมีเอกลักษณ์ที่ดุดันและโฉบเฉี่ยว ไฟท้ายแนวตั้งแบบ LED หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไฟไม้เท้า” ก็เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่โดดเด่น
- ภายใน: ออกแบบคอนโซลกลางทรงสูง (High Console) ที่โอบล้อมผู้ขับขี่ ใช้วัสดุตกแต่งที่หรูหรา และติดตั้งเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดในยุคนั้น
- เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง:
- เครื่องยนต์ MIVEC Clean Diesel: ใช้เครื่องยนต์ดีเซลอลูมิเนียมอัลลอย “4N15” ขนาด 2.4 ลิตร พร้อมระบบวาล์วแปรผัน MIVEC
- สมรรถนะ: ให้กำลังสูงสุด 181 แรงม้า และแรงบิด 430 นิวตันเมตร
- ระบบส่งกำลัง: เปิดตัว เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด เป็นครั้งแรกในตลาด PPV ซึ่งช่วยให้การตอบสนองนุ่มนวลและประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น
- เครื่องยนต์ MIVEC Clean Diesel: ใช้เครื่องยนต์ดีเซลอลูมิเนียมอัลลอย “4N15” ขนาด 2.4 ลิตร พร้อมระบบวาล์วแปรผัน MIVEC
- เทคโนโลยีขับเคลื่อน 4 ล้อ:
- ติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ “Super Select 4WD-II” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงเอกสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิ ผู้ขับขี่สามารถเลือกใช้โหมดขับเคลื่อนสี่ล้อความเร็วสูง (4H) บนถนนปกติได้เพื่อเพิ่มความปลอดภัย และมาพร้อมระบบ Off-Road Mode และระบบล็อกเฟืองท้าย (Rear Differential Lock)
- การปรับปรุง (Facelift 2019):
- ปรับดีไซน์ด้านหน้า Dynamic Shield ใหม่ให้ดูสูงและสง่างามยิ่งขึ้น
- เพิ่มจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว และประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบแฮนด์ฟรี
- การปรับปรุงล่าสุด (2024):
- เปิดตัวเครื่องยนต์ใหม่ “Hyper Power” 4N16 และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดใหม่ พร้อมปรับดีไซน์ภายนอกและภายในอีกครั้ง