GWM TANK 300 คือรถยนต์เอนกประสงค์สมรรถนะสูง (SUV) ที่ไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะ แต่คือ “สัญลักษณ์” ของการผสานโลกสองใบเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ระหว่างจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยแบบออฟโรดพันธุ์แท้กับเทคโนโลยีและความหรูหราอัจฉริยะ (Intelligent Luxury) แห่งโลกยุคใหม่ นับตั้งแต่การเปิดตัวในประเทศไทยช่วงปลายปี 2566 TANK 300 ได้สร้างปรากฏการณ์และกลายเป็นรถยนต์ที่เป็นที่ต้องการสูง ด้วยดีไซน์อันโดดเด่นและสมรรถนะที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ซึ่งมองหารถยนต์ที่สะท้อนตัวตนและพร้อมจะพาออกไปพบเจอประสบการณ์ใหม่ๆ ได้ทุกเมื่อ

GWM TANK 300
ภาพรวมGWM TANK 300 รุ่น ULTRA
ประเภทรถยนต์เอสยูวีขนาดกลาง (Mid-size SUV)
โครงสร้างBody-on-frame (แชสซีส์แบบขั้นบันได)
เครื่องยนต์ (ในไทย)1. 2.0L เบนซิน ไฮบริด (HEV)
2. 2.0L ดีเซล เทอร์โบ
ระบบส่งกำลัง1. เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9HAT) (HEV)
2. เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ (8AT) (Diesel)
ระบบขับเคลื่อนขับเคลื่อนสี่ล้อ Part-time (2H, 4H, 4L)

1. จุดกำเนิดและปรัชญา

TANK 300 ถือกำเนิดขึ้นจากความต้องการสร้างรถยนต์ออฟโรดที่ไม่จำเป็นต้อง “ดิบ” หรือ “กระด้าง” อีกต่อไป โดยเปิดตัวครั้งแรกภายใต้แบรนด์ WEY ก่อนที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (GWM) จะเล็งเห็นถึงศักยภาพและแยกแบรนด์ TANK ออกมาเป็นแบรนด์สำหรับรถยนต์ออฟโรดโดยเฉพาะ ปรัชญาหลักของ TANK 300 คือการเป็น “Intelligent Luxury Off-road SUV” ที่มอบความมั่นใจในการบุกตะลุยบนเส้นทางทุรกันดาร แต่ยังคงความสะดวกสบายและปลอดภัยสูงสุดสำหรับการขับขี่ในเมือง

2. ดีไซน์ข้ามกาลเวลา

เอกลักษณ์ที่ทำให้ TANK 300 โดดเด่นบนท้องถนน คือการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถยนต์ออฟโรดในตำนาน แต่ตีความใหม่ด้วยเส้นสายและเทคโนโลยีที่ทันสมัย

  • ภายนอก: จิตวิญญาณแห่งออฟโรดคลาสสิก ตัวถังทรงกล่องที่แข็งแกร่ง ไฟหน้าทรงกลมแบบ Intelligent LED ที่เป็นเอกลักษณ์ ซุ้มล้อขนาดใหญ่ที่ยึดด้วยหมุด และประตูท้ายที่ติดตั้งยางอะไหล่ คือการคารวะต่อดีไซน์อมตะของรถลุย แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงไว้ด้วยรายละเอียดที่ทันสมัย ทำให้มันดูโดดเด่นและไม่เหมือนใคร
  • ภายใน: ห้องโดยสารระดับพรีเมียม เมื่อเปิดประตูเข้ามาภายใน ความรู้สึกจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ห้องโดยสารของ TANK 300 ถูกออกแบบให้มีความหรูหรา ล้ำสมัย และสะดวกสบายเหนือความคาดหมาย ด้วยหน้าจอคู่ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว, ช่องแอร์ทรงกังหันเครื่องบิน, คันเกียร์ดีไซน์ล้ำสมัย และการใช้วัสดุคุณภาพสูง เช่น หนัง Nappa ในรุ่นท็อป ทำให้ TANK 300 เป็นรถที่ขับลุยได้ แต่ก็นั่งสบายไม่แพ้ SUV หรู

3. สองทางเลือกขุมพลัง ตอบทุกโจทย์การขับขี่

เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้ขับขี่ชาวไทย GWM นำเสนอ TANK 300 ด้วย 2 ขุมพลังหลัก

3.1 ขุมพลังไฮบริด (TANK 300 HEV) เป็นขุมพลังที่เปิดตัวเป็นรุ่นแรก เน้นสมรรถนะที่ทรงพลังและตอบสนองทันใจด้วยเทคโนโลยีไฮบริด

  • เครื่องยนต์: เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ + มอเตอร์ไฟฟ้า
  • กำลังรวมสูงสุด: 350 แรงม้า (PS)
  • แรงบิดรวมสูงสุด: 615 นิวตัน-เมตร
  • ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9HAT)
  • จุดเด่น: มอบอัตราเร่งที่เร้าใจในทุกย่านความเร็ว การขับขี่ในเมืองมีความเงียบและประหยัดด้วยโหมด EV และให้กำลังมหาศาลเมื่อต้องการใช้ในเส้นทางออฟโรด

3.2 ขุมพลังดีเซล (TANK 300 Diesel) ทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบบุคลิกของเครื่องยนต์ดีเซล ที่เน้นความทนทานและแรงบิดหนักหน่วง

  • เครื่องยนต์: ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ
  • กำลังสูงสุด: 184 แรงม้า (PS)
  • แรงบิดสูงสุด: 480 นิวตัน-เมตร
  • ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ (8AT)
  • จุดเด่น: ให้แรงบิดสูงในรอบต่ำ เหมาะกับการใช้งานหนัก การเดินทางไกล และการขับขี่ในเส้นทางออฟโรดที่ต้องการกำลังฉุดลากอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

4. ศักยภาพการขับขี่ออฟโรด: DNA ของ TANK

หัวใจที่แท้จริงของ TANK 300 คือความสามารถในการไปได้ทุกที่

  • โครงสร้าง Body-on-Frame: แชสซีส์แบบขั้นบันไดที่ให้ความแข็งแกร่งทนทานสูงสุด รองรับการใช้งานหนักได้อย่างเต็มที่
  • ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ: เป็นแบบ Part-time ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกได้ทั้ง 2H (ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง), 4H (ขับเคลื่อน 4 ล้อ) และ 4L (ขับเคลื่อน 4 ล้ออัตราทดต่ำ) สำหรับการปีนป่ายในเส้นทางที่ต้องการแรงบิดสูง
  • ระบบล็อกเฟืองขับไฟฟ้า หน้า-หลัง (Front & Rear Electric Differential Lock): มีในรุ่น ULTRA ถือเป็นอาวุธสำคัญที่สุดสำหรับสายลุยตัวจริง ช่วยให้รถสามารถผ่านพ้นอุปสรรคที่ยากที่สุดไปได้ เมื่อล้อใดล้อหนึ่งสูญเสียการยึดเกาะ
  • เทคโนโลยีอัจฉริยะ: ระบบ TANK Turn ช่วยลดวงเลี้ยวในที่แคบ, ระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ Transparent Chassis และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติสำหรับออฟโรด ช่วยให้การขับขี่ในเส้นทางทุรกันดารเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยขึ้น

5. เทคโนโลยีและความปลอดภัย

TANK 300 ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก ANCAP (ปี 2022) พร้อมติดตั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง TANK Intelligence Assistance ครบครัน อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน, ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ และกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา

6. สถานะในประเทศไทย

นับตั้งแต่เปิดตัว TANK 300 ได้สร้างกลุ่มคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่งและกลายเป็นรถยนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์กลางแจ้งและการเดินทางท่องเที่ยว GWM ประเทศไทยวางจำหน่าย TANK 300 ทั้ง 2 เครื่องยนต์ โดยแบ่งเป็นรุ่นย่อย PRO และ ULTRA ซึ่งรุ่น ULTRA จะได้รับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบสำหรับขับขี่ออฟโรดเต็มรูปแบบ

บทสรุป

GWM TANK 300 ไม่ใช่แค่รถยนต์ที่ตามกระแส แต่เป็นผู้สร้างกระแสด้วยตัวเอง มันได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความแข็งแกร่งแบบออฟโรดและความหรูหราสะดวกสบายสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ การมีทางเลือกทั้งเครื่องยนต์ไฮบริดและดีเซลทำให้ TANK 300 สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ชาวไทยได้อย่างครอบคลุม และตอกย้ำสถานะการเป็น “ไอคอน” แห่งยนตรกรรมออฟโรดอัจฉริยะแห่งยุคอย่างแท้จริง