ดีพอล ฮันเตอร์ เค50 (Deepal Hunter K50) คือรถกระบะขนาดกลาง (Mid-size Pickup Truck) ที่ใช้เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบขยายระยะทาง (Range-Extended Electric Vehicle – REEV) รุ่นแรกของโลก ผลิตโดย ฉางอาน ออโตโมบิล (Changan Automobile) ภายใต้แบรนด์ ดีพอล (Deepal)

Deepal Hunter K50 ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในตลาดรถกระบะ โดยนำเสนอแนวคิดที่แตกต่างจากการใช้เครื่องยนต์ดีเซลสันดาปภายในแบบดั้งเดิม, รถยนต์ไฮบริด (HEV) หรือรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) โดยชูจุดเด่นของการเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่สามารถเดินทางได้ไกลโดยปราศจากความกังวลเรื่องสถานีชาร์จ (Range Anxiety)

ประวัติและการพัฒนา
- ค.ศ. 2023: Deepal Hunter (หรือในชื่อ Changan Hunter ในบางตลาด) เปิดตัวครั้งแรกในประเทศจีน โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ของฉางอาน ออโตโมบิล
- ค.ศ. 2024: มีการประกาศแผนการนำรถกระบะรุ่นนี้เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างชัดเจน โดยเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนสร้างฐานการผลิตในภูมิภาคของฉางอาน
- ค.ศ. 2025:
- 26 มีนาคม: บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดตัว Deepal Hunter K50 อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทยที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 พร้อมประกาศราคาจำหน่ายและเปิดรับจองอย่างเป็นทางการ
- 30 เมษายน: เริ่มส่งมอบรถให้กับลูกค้าในประเทศไทยเป็นล็อตแรก
ก่อนการเปิดตัวในไทย Deepal Hunter K50 ได้ผ่านการทดสอบอย่างหนักในสภาพการใช้งานจริงบนถนนของประเทศไทยเป็นระยะทางกว่า 40,000 กิโลเมตร เพื่อสร้างความมั่นใจในด้านสมรรถนะและความทนทาน

เทคโนโลยีและระบบขับเคลื่อน REEV
หัวใจสำคัญของ Deepal Hunter K50 คือเทคโนโลยี REEV (Range-Extended Electric Vehicle) ซึ่งมีหลักการทำงานดังนี้:
- การขับเคลื่อนหลัก: รถยนต์จะถูกขับเคลื่อนด้วย มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ที่ล้อหน้าและหลัง (ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD) ตลอดเวลา ทำให้ได้ประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบและตอบสนองได้ทันทีเหมือนรถยนต์ไฟฟ้า 100%
- แหล่งพลังงาน: มอเตอร์ไฟฟ้าจะได้รับพลังงานจาก แบตเตอรี่ (LFP Blade Battery) ความจุ 31.18 kWh ซึ่งสามารถชาร์จไฟได้จากสถานีชาร์จหรือไฟบ้าน
- เครื่องยนต์ปั่นไฟ: เมื่อพลังงานในแบตเตอรี่ลดลง เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ จะทำหน้าที่เป็น เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) เพื่อปั่นไฟไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ โดยเครื่องยนต์จะ ไม่มีการเชื่อมต่อกับเพลาขับโดยตรง และไม่ได้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนรถ
ข้อดีของระบบนี้คือ ผู้ขับขี่สามารถใช้งานรถในโหมดไฟฟ้าล้วนสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน และเมื่อต้องเดินทางไกล ก็สามารถเติมน้ำมันเบนซินเพื่อให้เครื่องยนต์ปั่นไฟต่อไปได้ ทำให้สามารถเดินทางได้ไกลกว่า 900 กิโลเมตรโดยไม่ต้องหยุดชาร์จ


การออกแบบและคุณสมบัติเด่น
- ดีไซน์ภายนอก: มีการออกแบบด้านหน้าในสไตล์ “Shark-Nose” ที่ดุดัน กระจังหน้าแบบพาราเมตริกไร้ขอบ (Parametric Grille) และชุดไฟหน้าแบบ LED ที่ให้ความรู้สึกทันสมัย มิติตัวถังมีความยาว 5,380 มม. กว้าง 1,980 มม. สูง 1,875 มม. และมีความสูงจากพื้น 220 มม.
- ดีไซน์ภายใน: ห้องโดยสารถูกออกแบบให้มีความทันสมัยและสะดวกสบายใกล้เคียงกับรถยนต์ SUV ติดตั้งหน้าจอคู่ (Dual Screen) สำหรับแสดงข้อมูลการขับขี่และระบบความบันเทิง พร้อมที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือไร้สาย 40 วัตต์ และเบาะนั่งคู่หน้าที่มาพร้อมระบบเป่าลมระบายอากาศ
- ช่วงล่าง: เป็นรถกระบะรุ่นแรกๆ ในตลาดที่ใช้ระบบกันสะเทือนหลังแบบอิสระ มัลติลิงก์ (Multi-link) ซึ่งช่วยให้การขับขี่มีความนุ่มนวลและเกาะถนนได้ดีกว่าช่วงล่างแบบแหนบ (Leaf Spring) ที่ใช้ในรถกระบะส่วนใหญ่
- ฟังก์ชัน V2L (Vehicle-to-Load): สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ภายนอกได้ ทำให้รถเป็นเหมือนแหล่งพลังงานเคลื่อนที่สำหรับกิจกรรมต่างๆ

ข้อมูลทางเทคนิค (สำหรับตลาดประเทศไทย)
สำหรับรุ่นที่เปิดตัวในประเทศไทย Deepal Hunter K50 REEV PLUS AWD มีสเปกดังนี้:
| คุณสมบัติ | ข้อมูลจำเพาะ |
| ระบบขับเคลื่อน | มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ (Intelligent AWD) |
| กำลังรวมสูงสุด | 272 แรงม้า (200 kW) |
| แรงบิดรวมสูงสุด | 470 นิวตัน-เมตร |
| อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. | 7.9 วินาที |
| เครื่องยนต์ปั่นไฟ | เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ |
| แบตเตอรี่ | LFP Blade Battery ความจุ 31.18 kWh |
| ระยะทางวิ่ง (ไฟฟ้าล้วน) | 131 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) |
| ระยะทางวิ่ง (รวม) | มากกว่า 900 กิโลเมตร (น้ำมันเต็มถังและแบตเตอรี่เต็ม) |
| การชาร์จไฟ | AC 6.6 kW / DC 41 kW (30-80% ในเวลา 30 นาที) |
| ความสามารถลุยน้ำลึก | 600 มิลลิเมตร |

การเปิดตัวและการวางตำแหน่งในประเทศไทย
Deepal Hunter K50 เข้าสู่ตลาดรถกระบะไทยในฐานะผู้เล่นรายใหม่ที่นำเสนอเทคโนโลยีที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง โดยมีราคาเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ 1,099,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สามารถแข่งขันได้กับรถกระบะเครื่องยนต์ดีเซลขับเคลื่อนสี่ล้อในรุ่นกลางถึงรุ่นรองท็อป
การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถกระบะที่มีสมรรถนะดี, อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำเมื่อใช้งานแบบผสมผสาน, สามารถใช้งานในเมืองด้วยไฟฟ้า 100% เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังคงสามารถเดินทางไกลข้ามจังหวัดได้อย่างไร้กังวล ซึ่งเป็นการตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายและเป็นทางเลือกใหม่ให้กับตลาดรถกระบะของไทยที่กำลังเปิดรับเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่มากขึ้น

